ความรัก...ต้องการระยะห่างที่พอดี
ช่วงเวลาหนึ่งของชีวิต...
ย่อมมีผู้คนมากมายผ่านเข้ามาให้เราได้พบปะพูดคุย
และมีความผูกพันในระดับต่าง ๆ เวลาผ่านไปสถานภาพทางความรู้สึกของเรา
ก็อาจมีการเปลี่ยนแปลงไปด้วย บางคนยังคงความแปลกหน้า
ยังรักษาระยะห่างของการเป็นแค่ "คนรู้จัก" ในขณะที่บางคน..
เปลี่ยนแปลงจากคนแปลกหน้ากลายเป็น "คนคุ้นเคย"
จากคนคุ้นเคยกลายเป็น "คนรัก" กัน
ทำลายระยะห่างของความรู้สึกให้สั้นลงอย่างรู้สึกได้
และเมื่อนั้น เรื่องราวดี ๆ ที่สวยงามทางความรู้สึกจึงเกิดขึ้น...
นักศิลปะเคยกล่าวไว้ว่า...ความรักเป็นหัวใจของศิลปะ
ในขณะที่นักปรัชญาบอกว่า...ความรักเป็นศิลปะของหัวใจ
อย่างนั้นแล้วอาจเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ว่า การมีชีวิตอยู่คนเดียวบนโลก
อาจไม่ต้องใช้ฝีมือเท่ากับการใช้ชีวิตคู่
ซึ่งต้องอาศัยทั้งศิลปะและพัฒนาการทางด้านจิตใจอย่างมาก
"The supreme happiness of life is conviction that we are loved.
ความสุขของคนเราคือการแน่ใจว่าเรามีคนรักอยู่"
คงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า...
ข้อความดังกล่าวเป็นความจริง
แต่ก็มีความจริงบางอย่างอีกเช่นกัน
ที่เราเห็นในความสัมพันธ์ของคู่รัก บางคู่
ว่ามันกลับไม่มีความสุขอย่างที่ควรจะเป็น
และหนึ่งในตัวแปรนั้นน่าจะมีคำว่า...
"ระยะห่างของความรัก" รวมอยู่ด้วย
เราทุกคนต่างมีโลกส่วนตัวอยู่คนละใบ
และเมื่อความรักพาใครคนหนึ่งก้าวเข้ามาในชีวิต
โลกใบเล็ก ๆ อีกใบหนึ่งจึงถูกสร้างขึ้น
ซึ่งโลกใบใหม่นี้จะเป็นที่ ๆ คุณและเขาคนนั้น
ได้แชร์หลายสิ่งหลายอย่างร่วมกัน
เป็นส่วนที่คุณแลเขาต้องแบ่งออกมาให้กันและกันด้วยความเต็มใจ
แต่ฉันก็ยังเชื่อว่า...ไม่มีใครหรอก
ที่จะยอมสูญเสียพื้นที่ส่วนตัวของตนไปจนหมด
และมันก็ไม่ได้มีความจำเป็นอะไรด้วย
ที่จะต้องทำถึงขนาดนั้น..
หลายคน...ซึ่งกลัวการมีชีวิตคู่มักให้เหตุผลว่า
เพราะเขากลัวที่จะสูญเสีย Space ของตัวเอง
ซึ่งเรื่องของ Space หรือพื้นที่ส่วนตัวนี้
เป็นเรื่องที่ค่อนข้างละเอียดอ่อน และต้องอาศัยการเรียนรู้
มีความเข้าใจซึ่งกันและกันมากพอสมควร
แม้ความสุขจากการอยู่คนเดียว
จะหมายถึงการที่เราได้ดูแลชีวิตของตัวเอง
ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบโดยไม่ต้องตอบคำถามใคร
แต่การที่เราได้มีโอกาสแบ่งปันความรู้สึกให้กับคนที่เรารัก
ก็เป็นความสุขอย่างหนึ่งในชีวิตที่ใคร ๆ ก็ต้องการเช่นกัน
แต่มีข้อแม้ที่เราต้องทำความเข้าใจกับสถานะของตัวเองให้ดีเสียก่อน
ถึงแม้ว่าการเข้าไปร่วมรับรู้ความรู้สึกของอีกฝ่าย
จะเป็นการแสดงออกด้วยความเอื้ออาทร
ห่วงใยใกล้ชิดที่คุณมีให้กับคนที่คุณรักก็ตาม
แต่การไม่รู้อะไรบางอย่างเกี่ยวกับคนที่คุณรักซะบ้าง
ก็อาจจะดีกว่าพยายามที่จะเข้าไปรับรู้ทุกเรื่องในชีวิตเขาให้ได้
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเขายังต้องการเก็บพื้นที่ตรงนั้นไว้ให้กับตัวเองอยู่
เพราะถึงยังไง...เราคือเรา...เขาคือเขา...
แม้เราจะเป็นคนรักกัน แต่เราก็ไม่ได้เป็นเจ้าของกันและกัน
ความรักนั้นเป็นการผสมกลมกลืนทางเคมี ชีวภาพ และจิตวิทยา
ซึ่งคนของเราทุกคนควรที่จะรู้จักวิธีในการ "เข้าถึง" มัน
คนที่เป็นคู่รักกันใหม่ ๆ...
อาจมีปัญหาเรื่องระยะห่างของความรักไม่มากนัก
เพราะในช่วงต้นของความสัมพันธ์
ต่างฝ่ายยังมีความคาดหวังต่อกันเพียงน้อยนิด
ทุกการกระทำ ทุกความคิด หรือทุกกิจกรรม
ที่คุณและเขาได้มีประสบการณ์ร่วมกัน จึงถือเป็นสิ่งพิเศษที่ได้รับ
ในช่วงต้นคุณอาจไม่ต้องการอะไรมากนักจากเขา
เพราะตัวเราเองก็ชุ่มฉ่ำไปด้วยความพอใจ
จากสารเคมีที่หลั่งออกมาเมื่อยังอยู่ในช่วงของการตกหลุมรัก
เมื่อเวลาผ่านไป...ความคาดหวังของกันและกันก็เปลี่ยนไปด้วย
บางที...การทำในสิ่งที่คุณคิดว่าดีที่สุดสำหรับตัวเอง
อาจไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเขา...
และความสัมพันธ์ของกันและกันแล้วก็ได้
มิติของความรักก็เลยเป็นเรื่อง...
ที่ต้องใช้ความพยายามในความเข้าใจอยู่มาก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้หญิงเราที่มีความซับซ้อน
และละเอียดอ่อนทางความรู้สึกค่อนข้างมาก
"ความน้อยใจ" มักเกิดขึ้นง่าย ๆ
หากเรารู้สึกว่าความพยายามเดินเข้าใกล้
เพื่อทำให้ระยะห่างของความรักสั้นลงนั้น
ถูกเปลี่ยนเป็น "ความน่ารำคาญ" หรือ
"ความก้าวก่าย" ในความรู้สึกของอีกฝ่าย
แต่ถ้าหากคุณได้มองความรักที่เป็นไปตามความจริงแล้ว
คุณจะรู้ว่า ความรักที่ดีต้องการระยะห่างที่พอดีด้วยเช่นกัน
และเมื่อนั้นคุณจะไม่มองข้ามการค้นพบตัวตนของทั้งสองฝ่าย
ซึ่งสิ่ง ๆ นั้นจะนำไปสู่ทางออกของการแก้ปัญหา
ช่วยให้คุณรู้จักปล่อยวางและยอมรับในกันและกันได้มากขึ้น
จนไปถึงจุดที่คุณทั้งคู่ไปหากันจนเจอ เริ่มต้นไปด้วยกัน
เดินไปตามทางที่ถึงแม้จะ "ห่าง" กันบ้าง
แต่เป็นระยะห่างที่มองซ้ายก็เห็นมองขวาก็เห็น
สามารถแตะกันถึง โดยที่ความเป็นตัวเองยังคงอยู่...
แต่ถ้าหากสิ่งที่เกิดขึ้นตรงกันข้าม
และทุกวันนี้ความรู้สึกของคุณถูกปล่อยทิ้งเอาไว้..
บนความห่างจนลับตา โดยที่อีกฝ่ายไม่เคยหันกลับมามอง
หรือรับรู้ความเป็นไปของคุณว่าเป็นอย่างไร
ขณะที่คุณกำลังเดินตาม แต่เขากลับวิ่งหนี
หรือบางทีคุณก็ต้องทนทรมาน...
อยู่กับการรักษาระยะห่างไว้ให้คงที่อยู่อย่างนั้น
และความพยายามนั้นเป็นของคุณเพียงคนเดียว
อย่างนั้นแล้วล่ะก็...ฉันขอแนะนำว่า...
คุณไม่จำเป็นต้องทนเหนื่อยล้าอย่างนี้อีกต่อไป
เพราะถึงอย่างไร สัมพันธภาพของคุณและเขา
ก็คงเป็นได้แค่เพียงเส้นขนาน ที่ไม่มีทางบรรจบกันได้เลย
และโลกส่วนตัวของเขาก็ปิดตายเกินกว่าที่จะให้ใครเข้าไปถึงได้...แม้แต่คุณ...
แม้เราอาจจะใช้ "หัวใจ"
ในการเลือกทำสิ่งที่ชอบให้ตัวเองก็จริงอยู่
แต่เมื่อถึงเวลา เราก็น่าจะใช้ "หัวคิด"
ในการตัดสินใจเลือกสิ่งที่เหมาะสม
ให้กับทางเดินของตัวเองเช่นกัน...
ที่ผ่านมาขอให้ถือว่าคุณได้ทำเต็มที่เพื่อความรักแล้ว
และมันก็น่าจะถึงเวลาที่คุณควรจะได้เลือกทำ
เพี่อความรู้สึกของตัวเองบ้าง
นั่นก็คือ การพาตัวเองถอยออกมา เมื่อถึงเวลาของมัน...
เอาบทความน่ารักๆ มาฝากคะเพื่อนๆ ยาวหน่อยนึง
...เนื้อหาชัดเจนดี กับคำว่าระยะห่าง ห่างแบบพอดี กำลังดี หรือห่างหาย ห่างเหิน (มั่วอีกละ พิมพ์เองงเองอีก
)...แต่ อมยิ้มชอบแบบไม่ห่าง ชอบอยู่ใกล้ชิดกับขนม ห่างไม่ได้เลย ข้างๆ เตียงนอนยังมีถุงกรีนนัทอยู่ใกล้ๆ เลยคะ
ขอขอบคุณบทความน่ารักๆ : ใยไหม 
0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น